กลุ่มสินค้าและบริการที่นำไปลดหย่อนภาษี 2568 ได้
1. สินค้าเพื่อสุขภาพและการแพทย์
2. การลงทุนและการออม
3. ประกันชีวิตและความคุ้มครอง
เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษี 2568 ได้ตามจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญลดหย่อนได้เพิ่มอีก 15% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
4. ที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์
5. การศึกษาและพัฒนาตนเอง
ค่าเล่าเรียนบุตรลดหย่อนภาษี 2568 ได้คนละ 30,000 บาท ส่วนค่าอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาตนเองลดหย่อนได้ตามจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท
วิธีวางแผนซื้อสินค้าให้คุ้มค่ากับการลดหย่อนภาษี 2568
การจัดการเอกสาร
เก็บใบเสร็จและเอกสารการชำระเงินให้ครบถ้วน โดยเฉพาะรายการที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษี 2568 ได้ ควรจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อความสะดวกในการยื่นภาษี
การวางแผนซื้อสินค้า
วางแผนซื้อสินค้าและบริการที่จำเป็นในช่วงปลายปี เพื่อนำมาลดหย่อนภาษี 2568 ได้ในปีถัดไป แต่ต้องระวังไม่ให้เกินกำลังทรัพย์
เคล็ดลับการวางแผนลดหย่อนภาษีตลอดปี 2568
ไตรมาสที่ 1 (มกราคม - มีนาคม)
เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการวางแผนการลงทุนระยะยาว เช่น RMF, SSF รวมถึงการทำประกันต่างๆ เพราะมีเวลาให้ผ่อนจ่ายตลอดทั้งปี
ไตรมาสที่ 2 (เมษายน - มิถุนายน)
ช่วงนี้เหมาะกับการตรวจสุขภาพประจำปี และวางแผนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาบุตร เพราะเป็นช่วงเปิดเทอม
ไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคม - กันยายน)
เริ่มทยอยซื้อสินค้าและบริการที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์การแพทย์ หรือสินค้าเพื่อสุขภาพ เพื่อกระจายค่าใช้จ่าย
ไตรมาสที่ 4 (ตุลาคม - ธันวาคม)
ตรวจสอบยอดลดหย่อนที่ยังขาด และเติมเต็มให้ครบตามเพดานที่กำหนด โดยเฉพาะการลงทุนและประกันต่างๆ
การใช้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดอย่างฉลาด
บัตรกดเงินสด KTC PROUD ที่ให้ความคล่องตัวทุกการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเบิกถอนเงินผ่าน ATM ได้ 24 ชั่วโมง โอนเงินผ่านแอป สะดวกทุกที่ ทุกเวลา หรือจะรูดซื้อ และผ่อนสินค้า 0% ก็สะดวก ทั้งที่ร้านค้า และออนไลน์ที่ร่วมรายการ สมัครง่าย อนุมัติไว เงินเดือน 12,000 บาท ก็สมัครได้
วางแผนการเงินให้คล่องตัวในทุกสถานการณ์ ใช้บัตรกดเงินสด KTC PROUD
*กู้เท่าที่จําเป็นและชําระคืนได้ตามกําหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 20%-25% ต่อปี



